มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เห็นแก่ตัว ตักตวงความเห็นใจจากผู้อื่น เพียงเพราะต้องการความสบาย อยากไปให้ถึงจุดหมาย แม้ว่าจะต้องตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จให้ดูน่าเห็นอกเห็นใจก็ยอมที่จะทำ เพราะมันเป็นสิ่งที่ง่ายกว่าจะต้องลงมือทำด้วยตนเอง ยามเมื่อไม่ได้รับความเห็นใจแล้ว ก็ชี้หน้าด่ากราดว่าผู้นั้นเป็นพวกเห็นแก่ตัวแล้งนำ้ใจ ยามผู้อื่นตกทุกข์ได้ยากแล้วไซร้ไม่ช่วยเหลือ แต่เหตุใดกันหนอมนุษย์ผู้นั้นกลับไม่ลองย้อนมองความลักลั่นย้อนแย้งของตนเอง มองว่าตนเห็นแก่ตัวพอกแต่ความรักสบายไว้ ไม่รู้จักทำอะไรเอง ไม่ใช้สองมือลงมือทำเพื่อหาทางแก้ไข มีเพียงความคิดฉาบฉวยลวงหลอกไปวันๆ เหตุนั้นแหละจึงทำให้มนุษย์ผู้นั้นไม่ได้รับความเห็นใจจากผู้อื่น เมื่อได้รับแล้วเรียกร้องไม่รู้จักพอแล้วใครเล่าจะนำความเห็นใจมาให้อีก

ค่ายอนามัย

posted on 23 Mar 2015 12:27 by sheepnohooves directory Diary
บอกเลยเป็นค่ายที่ดีอีกค่ายหนึ่งที่เราไปมา โดยค่ายนี้จะเป็นค่ายที่รวมเอาคณะสายวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้งหกคณะอันได้แก่ แพทย์ ทันตะ เภสัช สัตวะ สหเวช และพยาบาล มาร่วมกันทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ฟื้นฟูพื้นที่และที่สำคัญคือมีการออกหน่วยรักษาแบบจริงจังอย่างครบวงจรแบบไม่มีค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น
   
พูดถึงกิจกรรมว่าเราทำอะไรกันบ้าง ก็มีทาสีรั้วโรงเรียนและเครื่องเล่นที่สนามเด็กเล่น คือเกิดมากก็ยังไม่เคยทำอะไรแบบนี้ ต้องขัดขัดขัดขัดเอาสีเก่าออกให้หมดถึงจะเริ่มทาสีใหม่ได้ ทุกคนก็ดูพร้อมใจกันทำงานท่ามกลางแสงแดดอันร้อนแรงและควันไฟจากการเผาขยะ ความรู้สึกตอนนั้นมันดูสนุกมาก เหมือนมาเล่นกับเพื่อนๆเลย
   
กิจกรรมที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือกิจกรรมสพช.หรือก็คือสัมพันธ์ชาวบ้านที่ให้เราไปคุยกับชาวบ้านเพื่อประชาสัมพันธ์ถึงการออกหน่วยที่จะมีในวันพรุ่งนี้ ไปคุยกับชาวบ้านก็สนุกดี แรกๆเราก็อายไม่รู้จะพูดอะไร แต่ก็ได้พี่พยาบาลปี3ช่วยพูดให้ พี่เขาดูเก่งมาก สามารถคุยกับชาวบ้านได้อย่างเป็นกันเองมากพร้อมทั้งสอนวิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้นด้วย กิจกรรมนี้เราชอบมากนะ ชาวบ้านใจดีมาก น้่งฟังเราอย่างตั้งใจ แถมยังให้ผลไม้เล็กๆน้อยๆกับเราอีก โดยเฉพาะมะปรางอร่อยมาก
   
กิจกรรมออกหน่วยก็สนุก หน่วยทันตะเป็นอะไรที่ค่อนข้างวุ่นวายมาก ทุกอย่างต้องsterileหมด มีคิวเยอะแยะ ปี1โง่ๆอย่างเราก็ทำหน้าที่แจกบัตรคิว คอยดูแลคนไข้ให้ไปstand byได้ถูกจุด มีสอนแปรงฟันนิดนึงด้วย เพื่อนบางคนก็ได้เป็นแต๊นท์(assistant)คือคนคอยส่องไฟฉาย ดูดน้ำลายคนไข้ แล้วก็เอาอุปกรณ์มาให้พี่หมอ ดูแบบว่าได้ใกล้ชิดติดขอบเตียงเลย เพื่อนบางคนก็เป็นลมในนี้แล แต่เราอดเป็นแต๊นท์เพราะลืมเอากางเกงขายาวมาจ้า๕๕๕(บอกแล้วเขาต้องsterile) คนไข้ที่มารักษาวันนี้ก็มีประมาณ80คน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเล็กๆมาตรวจฟันเฉยๆ ถ้าเป็นผู้ใหญ่หน่อยก็มีขูดหินปูนกับถอนฟันด้วย
   
ค่ายนี้มันสามารถตอบคำถามอะไรเราบางอย่างได้นะ มีช่วงนึงเราเคยสงสัยว่าคนเราจะทำกิจกรรมไปทำไมมากมาย เอาเวลาไปพักผ่อนหรือไปเรียนดีกว่า แต่ค่ายมันให้อะไรที่การนอนอยู่บ้านหรือเรียนตามมหาลัยมันให้ไม่ได้อ่ะ มันให้โอกาสได้พบปะกับผู้คนหลากหลาย รวมถึงรุ่นพี่ที่น่ารักๆที่เรียนอยู่ที่เดียวกันมาจะปีนึงแล้วแต่ไม่เคยรู้จักกัน ไปรู้จักว่าแต่ละคนก็มีตัวตนที่ค่าย ให้โอกาสได้เจอประสบการณ์ใหม่ๆในชีวิต กิจกรรมหลายอย่างเราก็ไม่เคยคิดจะทำหรอกแต่ก็มาได้ทำในค่ายนี้ และสุดท้ายคงบอกว่ามันเติมเต็มจิตวิญญาณอะไรสักอย่างในตัวเราที่ก็ไม่สามารถอธิบายออกมาได้ด้วยคำพูดแต่สัมผัสได้ด้วยใจ ครั้งหน้าถ้ามีค่ายอีกจะไม่พลาดแน่ๆที่จะสมัคร หวังว่าปีหน้าจะได้พบกันอีกนะ 'ค่ายอนามัย'

Update ชีวิต

posted on 17 Mar 2015 23:16 by sheepnohooves
โว้โฮ้...ไม่ได้กลับมาเขียนบลอคนี้ตั้งนาน รู้สึกว่าจะหลายปีมากเลย กลับมาอ่านอีกทีก็รู้สึกว่าตอนนั้นเด็กมากๆเลย
สำหรับชีวิตตอนนี้ผเราก็ยังสบายดีอยู่ หลังจากทำตามความฝันสำเร็จแล้ว ก็ได้เรียนทันตะสมใจ แฮ่ๆ
การเรียนที่ผ่านมาจะครบหนึ่งปีแล้วก็รู้สึกว่านี่ก็คือชีวิตมหาลัยอ่ะนะ
มีสุขมาก มีทุกข์มาก มีปัญหามาก มีเพื่อนมาก มีสังคมมาก มีกิจกรรม ขึ้นอยู่กับว่าเราจะจัดสรรชีวิตอย่างไร
บางทีก็รู้สึกเหนื่อยมากๆทั้งๆที่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายเป็นพิเศษ =W=
เอาเป็นว่าชีวิตตอนนี้ก็ทรงๆ เพราะเพิ่งหมดช่วงสอบอันบ้าระห่ำสองอาทิตย์สอบครั้งนึง
.
คิดถึงตัวเองตอนม.6รู้สึกว่าช่วงนั้นถึงจะกังวลว่าจะได้ไปเรียนที่ไหน
แต่ช่วงนั้นกลับเป็นช่วงที่สนุกสุดในชีวิตม.ปลายเลยล่ะ
มีครบทุกรส ตั้งแต่เรียนทรหดเช้ายันเย็น เล่นเกมอย่างหนัก โดดเรียน กอดคอร้องไห้เสียใจสอบไม่ติด
กอดคอดีใจสอบติดกันหมด แต่เพื่อนมัธยมนี่นัดกันยากมากๆเลย แต่ละคนก็สอบไม่พร้อมกัน ระยะทางห่างกัน
ส่วนใหญ่ตั้งแต่จบก็ไม่ได้นัดเจอกันอีกเลย
เพื่อนมหาลัยจะว่าดีมันก็ดี จะว่าแย่มันก็แย่ ไม่ค่อยอยากจะใส่ใจด้านแย่มากเท่าไร
เพราะคิดมากไปก็ปวดหัวเอง มันคงเป็นธรรมชาติของคนที่โตแล้วและมีความหลากหลายทางความคิดอ่ะนะ
ประเด็นนี้ก็ไม่อยากพูดถึงมาก
.
สำหรับความฝันของเราในการที่จะได้เรียนทันตะ จุฬาก็ถือว่าสมหวังแล้ว
ที่นี่เป็นสังคมที่เราไม่เคยเจอมาก่อน เล็กๆแต่ก็อบอุ่น
เรื่องไม่ดีก็มีบ้าง แต่ก็เป็นปกติธรรมดาของทุกสังคม
แต่พอเรามาอยู่จุดนี้กลับคิดว่า แล้วอนาคตเราล่ะจะเป็นอะไร?
เป็นทันตแพทย์ในชนบท ทันตแพทย์ในคลินิกเอกชน ทันตแพทย์ในโรงพยาบาล
หรือว่าจะไปเรียนต่อแล้วกลับมาเป็นอาจารย์ดี
ซึ่งช้อยส์หลังก็ค่อนข้างน่าสนใจเพียงแต่ติดตรงที่เขารับแต่คนที่เกรดโดดเด่นสุดในรุ่นเท่านั้น
และเราก็ไม่รู้อย่างแท้จริงแน่ล่ะว่าเราจะแฮปปี้กับการสอนไหม
เป็นเรื่องไกลตัวจัง
.
สิ่งดีดีที่พยายามจะทำให้รุ่นน้องคือแนะแนวการศึกษา
ต้องบอกก่อนว่าในช่วงม.6ที่ผ่านมา(นานแล้ว)เราเป็นที่ปรึกษาให้เพื่อนอยู่เสมอๆว่าคณะไหนเหมาะมหาลัยไหนใช่
ยิ่งพอเข้ามหาลัยแล้วพบว่าตามต่างจังหวัดก็มักจะจัดค่ายแนะแนวอยู่เสมอๆ
แต่โรงเรียนเอกชนเล็กๆที่ไม่มีใครเหลียวแลอย่างเราก็คงไม่มีโอกาสแบบนั้น
ปีที่แล้วเลยจัดแนะแนวให้รุ่นน้องไปครั้งนึงพร้อมกับเพื่อนสนิทสองคนที่ติดหมอ
ผลคือได้น้องติดหมอรามามาหนึ่งคน หมอที่จีนหนึ่งคน และก็อาจจะมีทันตะเพิ่มขึ้นในรอบแอด
เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากจริงๆ เพราะเราคิดมาเสมอๆว่าเด็กโรงเรียนเรานะมีศักยภาพ
ขาดแต่โอกาสที่จะฟังประสบการณ์จากผู้ที่เดินทางผ่านเส้นทางเดียวกันมาก่อน
ซึ่งมันก็ช่วยให้น้องๆดูสิ่งที่พี่พลาดและสิ่งที่พี่ๆทำอย่างไรจึงติดได้
.
ตอนนี้ก็ไม่มีไรและ คิดว่าถ้ามีอารมณ์คงได้กลับมาเขียนบลอคนี้อีก